วันพฤหัสบดีที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2559

บอดี้เชพบุกหนักค้าปลีกความงาม ธุรกิจ อาหารลดน้ำหนัก ชะลอตัวดันสินค้าใหม่เสริมทัพ

บอดี้เชพบุกหนักค้าปลีกความงาม ธุรกิจ อาหารลดน้ำหนัก ชะลอตัวดันสินค้าใหม่เสริมทัพ

"บอดี้เชพ" รุกคืบธุรกิจค้าปลีกร้านสุขภาพ-ความงาม ยกขบวนสินค้าออร์แกนิกเจาะคนรักสุขภาพ-ลดน้ำหนัก เล็งนำเข้าแบรนด์ความงามจากออสเตรเลียเสริมทัพ เผยเบรกลงทุนสาขาธุรกิจลดน้ำหนัก หลังตลาดชะลอตัวเพราะพิษเศรษฐกิจ หันรีโนเวตสาขาเดิมปรับโฉมหรูขึ้น หวังสร้างบรรยากาศกระตุ้นทราฟฟิก

นายธีรพิชญ์ สืบวงศ์ลี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท บอดี้เชพ คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ถึงแนวทางการดำเนินธุรกิจในส่วนของร้านค้าปลีกสินค้าสุขภาพและความงาม "บอดี้เชพไลฟ์สไตล์ ช็อป" ว่า จากนี้ไปบริษัทเน้นการนำเข้าสินค้าใหม่ ๆ เข้าไปวางจำหน่ายเพิ่มให้มากขึ้น โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มออร์แกนิกและสินค้าสุขภาพที่มีแนวโน้มได้รับความนิยมมากขึ้น อาทิ เมล็ดเจีย (Chia Seed)
ที่เพิ่งนำเข้ามาเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งนอกจากวางจำหน่ายตามสาขาต่าง ๆ แล้ว ที่ผ่านมายังนำเข้าไปวางจำหน่ายที่ท็อปส์ และปีนี้จะขยายช่องทางหลากหลายขึ้นตามซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านสะดวกซื้อรวมถึงผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อผิวและลดน้ำหนักอาทิสมุนไพรแก่นตะวันเป็นต้น จากเดิมที่มีสินค้าทั้งกลุ่มสกินแคร์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เครื่องสำอาง




นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างการดีลแบรนด์เครื่องสำอางจากออสเตรเลีย จากปีก่อนที่นำเข้าแบรนด์ Trilogy จากนิวซีแลนด์ ซึ่งนอกจากจะวางจำหน่ายตามสาขาบอดี้เชพ ไลฟ์สไตล์ ช็อป ที่มีอยู่ 5 สาขา และสาขาของสถาบัน ลดน้ำหนัก และเว็บไซต์ของบอดี้เชพแล้ว ยังนำไปวางจำหน่ายตามโมเดิร์นเทรดต่าง ๆ ด้วย และสินค้าที่นำเข้ามาจำหน่ายตามสาขาบอดี้เชพได้รับการตอบรับดี และถือเป็นช่องทางที่แนะนำสินค้าและตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าได้เป็นอย่างดี

อย่างไรก็ตาม ตัวแปรที่มีผลต่อการตัดสินใจในการนำเข้า คือเรื่องของค่าเงินบาท เช่นเดียวกับแผนลงทุนขยายสาขาบอดี้เชพยังต้องรอดูจังหวะ รวมถึงติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจและกำลังซื้อ อย่างไรก็ตาม มีแผนทยอยปรับโฉมสาขาเดิมที่มีอยู่ 12 แห่ง โดยจะตกแต่งพื้นที่ภายในให้ดูหรูขึ้นทั้งเฟอร์นิเจอร์ วอลเปเปอร์ เพื่อปลุกตลาดสร้างบรรยากาศให้คึกคักยิ่งขึ้น

"ปัจจุบันการเติบโตของธุรกิจสถาบัน ลดน้ำหนัก กระชับสัดส่วนหวือหวาลดลง เพราะเศรษฐกิจไม่ดี ทำให้คนระมัดระวังการใช้จ่าย ผู้บริโภคไม่มีเวลาว่าง และผู้บริโภคคนรุ่นใหม่ หรือกลุ่มเจเนอเรชั่นแซดและมิลเลนเนียล ต้องการเห็นผลลัพธ์รวดเร็ว ทำให้การขยายฐานลูกค้าใหม่ได้ยากขึ้น เราจึงต้องปรับตัวด้วยการเพิ่มผลิตภัณฑ์ อาหารลดน้ำหนัก และกระชับสัดส่วนเป็นทางเลือก รวมทั้งการทำตลาดผ่านสื่อโซเชียลมาร์เก็ตติ้ง อาทิ เฟซบุ๊ก ยูทูบ ทำไวรัลมาร์เก็ตติ้งและดึงเน็ตไอดอลมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ ซึ่งพบว่าได้รับการตอบรับดีมาก" นายธีรพิชญ์กล่าว

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น